มหาตะมะ-คานธี

มหาตะมะ-คานธี

มหาตมะ คานธี

Where the relation is one of love, words are of no use.

ณ ที่ใดซึ่งความสัมพันธ์เป็นหนึ่งในความรัก ณ ที่นั้นไม่ต้องใช้คำพูดเลย

 ความรักที่แท้จริงเพียงแค่สบตากันก็รู้ความนัย ความรู้สึกอันลึกซึ้งสื่อสารถึงกันด้วยความรู้สึกใช้ภาษาใจไม่ต้องใช้ภาษาพูด

บิดาแห่งชาติอินเดียยุคใหม่ ผู้นำใช้ลัทธิอหิงสาซึ่งยึดถือหลักขันติธรรม ในการไม่ร่วมมือและต่อต้านการใช้กำลังของจักรวรรดินิยมอังกฤษ ชื่อเต็มว่า โมหันทาสครามจันท์คานธี (Mohandas Karamchand Gandhi) กำเนิดในครอบครัวฮินดู สังกัดวรรณะไวศยะ ที่จังหวัดสุมาทาบุรี แต่งงานกับหญิงวัยเดียวกันตามประเพณีพราหมณ์ ตอนอายุ ๑๔ ปี

เมื่ออายุ ๑๙ ปี ไปศึกษาและจบกฎหมายที่ลอนดอน อายุ ๒๒ ปีกลับมาตั้งสำนักงานกฎหมายที่บอมเบย์ ทำอยู่ได้ ๓ ปี พอถึงครั้นในพ.ศ. ๒๔๓๖ ได้รับจ้างบริษัทอินเดีย ไปเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ประเทศอัฟริกาใต้ ณ ประเทศอัฟริกาใต้ ซึ่งนี้เองที่คานธีสำนึกถึงการที่เขาได้รับการปฏิบัติแบบเหยียดผิว เขาจึงได้เริ่มวิธีการขัดขืนและประท้วงอย่างสงบ แต่ก็โดนจับกุมคุมขังเฆี่ยนตีซ้อมทรมานหลายครั้ง และ ณ ประเทศนี้ ที่คานธีได้เริ่มต้นกฏสัตยาเคราะห์ (ภาษาสันสกฤตหมายถึงสัจธรรมและการยืนหยัดแน่วแน่)

Patience means self-suffering.

ความอดทนหมายถึงการที่ตนเองได้รับความทุกข์ทรมาน

ไม่ว่าหนทางจะยากลำบากเพียงใดคนที่มีความทรหดอดทนเท่านั้นคือคนที่จะก้าวไปได้ไกล!! คนที่ไปได้ไกลกว่าคือคนที่เจออุปสรรคขวางกั้นแล้วก้าวข้ามจากนั้นก็ก้าวเดินต่อไป

หลังดำเนินงานและได้รับประสบการณ์มานาน ๒๑ ปี ก็ได้เดินทางกลับสู่อินเดียในพ.ศ. ๒๔๕๗ โดยได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพของอินเดีย ที่เอาการเอางานจนได้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวที่โดดเด่น ในปี พ.ศ.๒๔๕๔ คานธีก็ได้ก่อตั้งสัตยาเคราะห์อาศรม ซึ่งเน้นในเรื่องความรักความเอื้ออาทรต่อกัน

คานธีพบว่า สินค้าอุตสาหกรรมที่ส่งมาจากอังกฤษนั้น ทำลายเศรษฐกิจโดยรวมของอินเดีย คานธีจึงฟื้นฟูอุตสาหกรรมชนบท โดยริเริ่มใช้ล้อกรอด้วย เพื่อกลับไปผลิต เพื่อการบริโภคเอง ทอผ้าฝ้ายดิบนุ่งเอง แทนการซื้อ

พ. ศ. ๒๔๗๓ ประกาศแผนรณรงค์ให้ชาวอินเดียไม่เชื่อฟังรัฐบาลร่วมอันปฏิเสธจ่ายภาษีเกลือโดยเดินทางไกลไปชายทะเลเพื่อผลิตเกลือเอง

พ. ศ. ๒๔๗๓ ประกาศต่อต้านระบบการแบ่งชั้นวรรณะของอินเดียเขาบุกจับกุมอีกและเขาก็อดอาหารอีกหลายครั้งเมื่อออกจากคุกก็เดินทางไปชั่วอินเดียเพื่อสอนหลักอหิงสาและปลดเปลืองวรรณะจัณฑาล (ตามคติพราหมณ์ถือเป็นพวกแตะต้องไม่ได้เป็นเสนียด)

พ. ศ. ๒๔๙๐ อินเดียได้รับเอกราช

พ. ศ. ๒๔๙๑ ในตอนเย็น ขณะที่คานธีอยู่กลางสนามหญ้า และกำลังสวดมนต์ไหว้พระ ตามกิจวัตรประจำวันของเขา ขณะที่คานธีกำลังพูดว่า “เห ราม” ซึ่งมีความหมายว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า” นาถูราม โคทเส ชาวฮินดูผู้คลั่งศาสนา ก็ได้รวมกลุ่มกับพวกอีก 7 คน เพื่อต่อต้านในการสมานฉันท์ทางศาสนาในอินเดีย ได้ยิงปืนใส่คานธี 3 นัด จนคานธีล้มลง และเสียชีวิตลงในอายุ 78 ปี

Live as if your were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.

ชีวิตที่ดูประหนึ่งว่าจะตายในพรุ่งนี้ จงเรียนรู้เสมือนว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไป

อย่าหวั่นว่าฉันจะต้องตายแล้วแต่จงดำเนินชีวิตตามปกติแล้วเมื่อวาระสุดท้ายมาถึงจริงๆท่านจะไม่รู้สึกทนทุกข์ทรมานกับการหวาดกลัวความตาย